ประภาคารฟาโรส แห่งอเล็กซานเดรีย

    

ประภาคารฟาโรส แห่งอเล็กซานเดรีย

ประภาคาร “ฟาโรสแห่งอเล็กซานเดรีย” ซึ่งทำหน้าที่ส่องไฟในเวลากลางคืน เพื่อส่งสัญญาณให้กับกัปตันเดินเรือในทะเลนั้น เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อ 2,300 ปีที่แล้ว โดยสถาปนิกชาวกรีก        โซสเครโตส นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์จากความงดงามที่ร่ำลือไปไกล ตามบันทึกของนักเดินทางชาวอาหรับกล่าวไว้ว่า ตัวประภาคารสร้างขึ้นจาก หินสีอ่อนขนาดยักษ์ 3 ชั้น โดยชั้นแรกเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยม ชั้นที่สองเป็นทรงแปดเหลี่ยม ชั้นบนสุดเป็นห้องทรงกลม ประดับด้วยรูปปั้นของเทพโพไซดอน ยืนตะหง่าบนยอดของหอคอย นับเป็นหนึ่งในสามสิ่งก่อสร้างที่มีอายุยาวนาน โดยมีอายุถึง 1,600 ปี ก่อนจะถูกทำลายลงด้วยแผ่นดินไหวใน ค.ศ. 1323 นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบซากประภาคารใน ค.ศ. 1994 และจากภาพถ่ายทางดาวเทียมได้แสดงให้เห็นถึงซาดชิ้นส่วนที่เหลือซึ่งได้จมลงใต้น้ำ จึงทำให้อ่าวอเล็กซานเดรียได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกอีกด้วย

 

เทวรูปซูสที่โอลิมเปีย

อนุสาวรีย์เทพเจ้าซูส ราชาแห่งเทพเจ้าทั้งปวง สร้างขึ้นเมื่อ 435 ปีก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 2500 ปีที่แล้ว โดยปฏิมากรชาวกรีกชื่อดังอย่าง ฟิดีอัส เทวรูปของเทพเจ้าซูสสร้างขึ้นจากโครงไม้และงาช้างขนาดใหญ่ ภายนอกเคลือบด้วยทองคำ มีความสูงโดยรวมประมาณ 40 ฟุต ศีรษะจรดเพดาน นั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ ที่ประดับไปด้วยเพชรนิลจินดามากมาย บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎช่อมะกอกสีทอง พระหัตถ์ซ้ายทรงคทา พระหัตถ์ขวารองรับรูปปั้นจำลองของไนกี้ เทพเจ้าแห่งชัยชนะ เทวรูปซูสองค์นี้เป็นที่ร่ำลือในเรื่องความยิ่งใหญ่ ความศักดิ์สิทธิ์ และความงาม จนจักรพรรดิคาลิกัวร่าแห่งโรมันกระหายจะทำลายและสร้างรูปสลักของตัวเองขึ้นแทน แต่สุดท้ายใน ค.ศ. 450 อนุสาวรีย์ซูสแห่งโอลิมเปียได้ถูกย้ายไปประดิษฐานยังราชวังในกรุงคอม
สแตนติโนเปิล และถูกทำลายลงในอีก 12 ปีต่อมาด้วยไฟไหม้ใหญ่ เหลือเพยงเรื่องเล่าขานถึงความอลังการสืบมาจนถึงทุกวันนี้

7 สิ่งมหัศจรรย์ มันทะลุโลก

7 สิ่งมหัศจรรย์ มันทะลุโลก

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ ความมหัศจรรย์ต่างๆ บนโลกใบนี้ ทั้งจากมือมนุษยืหรือความงดงามซึ่งธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นโดยที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างเลียนแบบขึ้นมาได้ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกแบ่งออกเป้นหลายสาขาด้วยกัน เช่น ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วิศวกรรม วิทยาศาสตร์จิตรกรรม หรือ ชีววิทยา แต่เมื่อพูดถึง 7 สิ่งมหัศจรรย์ เรามักจะนึกถึง สิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางสถาปัยกรรมที่สร้างสรรค์โดยมนุษย์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุค คือโลกยุคโบราณ โลกยุคกลางและโลกยุคใหม่นั่นเอง นอกจากนี้สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินั้น รวมไปถึงสิ่งมหัศจรรย์ทางทะเลอีกด้วย

มหาพีระมิดแห่งกีซ่า

            มหาพีระมิดแห่งกีซ่า ตั้งอยู่ที่เมืองกีซ่า ประเทศอียิปต์ นับเป็น สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด ประมาณการว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อกว่า 4600 ปีมาแล้ว และ เป็นสถานที่แห่งเดียวที่คงสภาพเกือบสมบูรณ์ มหาพีระมิดแห่งนี้ประกอบด้วยพีระมิด 3 องค์ คือพีระมิดคีออปส์ คีเฟรน และไมเซอริมุส โดยพีระมิดองค์ที่ใหญ่ที่สุดคือ องค์ที่ฝั่งพระศพของฟาโรห์คีออปส์ซึ่งมีความสูงถึง 146.5 เมตร ทำใหครองตำแหน่งสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกมาเป็นระยะเวลากว่า 3800 ปี มหาพีระมิดแห่งกีซ่าได้รับการยอมรับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพราะกินพื้นที่ถึง 5 พันตรม ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 20 ปี ด้วยแรงงานทาสกว่าแสนคน นอกจากนี้หินทรายจำนวนกว่า 2.3 ล้านก้อนที่นำมาใช้นั้นยังมีขนาดมหึมาและมีน้ำหนักถึงก้อนละ 2.5 ตัน ทำให้เป็นที่น่าพิศวงว่า ชาวอียิปต์ในสมัยโบราณนั้นสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างนี้ได้อย่างไร

สวนลอยแห่งบาบิโลน

                สวนลอยแห่งบาบิโลน สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 600 ปีก่อน คริสตกาล ตั้งอยู่กลางทะเลทรายของเมืองแบกแดด ประเทศอิรักในปัจจุบัน สวนแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 4 เอเคอร์ สูงถึง 100 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงหนา 7 เมตร ตามตำนานกล่าวว่ากษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ที่ 2 แห่งกรุงบาบิโลเนีย ทรงสร้างขึ้นเพื่อให้พระมเหสีเซมีรามีสคลายความทุกข์โศกจากการคิดถึงบ้านเกิดแถบเปอร์เซีย ความยิ่งใหญ่ของสถานที่แห่งนี้ทำให้ได้รับชื่อว่าเป็นสุดยอดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก สวนแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ขนาดแต่งดงามด้วยสิ่งก่อสร้างซึ่งก่อเป็นเนินไล่ระดับขึ้นไป บนระเบียงที่ลดหลั่นกันเป็นชั้นนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งยังประดับประดาผนังรอบด้านด้วยกระจกสีต่างๆ อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นที่เลื่องลือในการสร้างระบบชลประทานทดน้ำมาจากแม่น้ำยูเฟรสตีส เพื่อสร้างสีสันและหล่อเลี้ยงต้นไม้ให้กับสวนแห่งนี้ด้วย